ไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร?!?

ไวรัสคืออะไร?!?
ไวรัสคอมพิวเตอร์คือ Software รูปแบบหนึ่งที่มีหน้าที่ก่อกวน โฆษณา แอบดูพฤติกรรม ขัดขวาง หรือทำลายข้อมูลในระบคอมพิวเตอร์ ,ระบบเครือข่าย ผลจากการติดไวรัสจะทำให้คอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายทำงานต่างไปจากภาวะปกติ เช่น ทำงานช้ากว่าเดิม, เปิดข้อมูลไม่ได้, มีภาพแปลก ๆ เสียงแปลก ๆ ออกมา, มีการส่งข้อมูลส่วนตัวจากเครื่องเราออกไป, ทำให้เครื่องเราโจมตีเป้าหมายที่ไวรัสกำหนด, เข้าสู่ระบบเครือข่ายไม่ได้ ,หรือแม้แต่ทำให้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ไวรัสส่วนใหญ่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองไปสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ โดยผ่านทางสื่อบันทึกข้อมูลหรือระบาดผ่านทางระบบเครือข่าย ซึ่งสื่อบันทึกข้อมูลที่ระบาดอย่างหนักในอดีตคือ Floppy Disk แต่ปัจจุบันจะระบาดใน Thumb Drive หรือ Flash Drive แทน ส่วนระบบเครือข่ายที่ระบาดหนักที่สุด รุนแรงที่สุด และรวดเร็วที่สุดคือ ระบบอินเทอร์เน็ท ไม่ว่าจะมีไวรัสที่ปะปนมากับ Scripts ในเว็บไซท์ ระบาดจากไฟล์ที่แนบในอีเมลล์ หรือแม้แต่ระบาดผ่านทางโปรแกรมสนทนา เช่น MSN QQ Pirch เป็นต้น
ไวรัสอยู่คู่กับคอมพิวเตอร์มาช้านาน
        จำความได้ตั้งแต่เริ่มเล่นคอมพิวเตอร์วันแรก ใคร ๆ ก็บอกให้ระวังไวรัส จะใช้งานคอมพิวเตอร์กันสักครั้ง ก็ต้องคอยระวังไวรัส ไวรัสสมัยแต่แรกจะระบาดผ่านทาง Floppy Disk กันเท่านั้น ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ไม่มีใครคิดหรอกครับว่าสามารถเอาข้อมูลใส่แผ่น CD ได้ ดังนั้นเมื่อก่อนไวรัสจะแพร่กระจายช้า และมีอยู่ไม่กี่รูปแบบ สามารถป้องกันได้ หากไม่ให้ใส่แผ่น Floppy Disk ไวรัสก็ไม่สามารถเข้าเครื่องได้แล้ว ปัจจุบันกับไวรัสข้ามโลกภายในพริบตา ผ่านมาเกือบ 20 ปี สิ่งที่คิดว่าสูงเกินเอื้อม กลับมีไว้ในครอบครอง สิ่งที่คิดว่าเป็นเทคโนโลยีสำหรับคนรวย กลับมีใช้กันอย่างสามัญ ตัวไวรัสก็เช่นกัน จากที่ระบาดเฉพาะแผ่น Floppy Disk กลายเป็นระบาดผ่าน ThumbDrive (Flash Drive) จากที่ระบาดจากเครื่องไปสู่เครื่อง กลายเป็นระบาดจากเครื่องไปสู่องค์กร ทั่วทุกมุมโลกในพริบตา ตัวไวรัสเองก็มีหลายรูปแบบขึ้น แต่จุดมุ่งหมายหลักส่วนใหญ่มักประสงค์ร้าย กับคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หากดูข่าวว่ามีไวรัสระบาดที่อเมริกาเมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา คุณอาจเห็นว่ามันไกล แต่ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ท ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันจากทั่วโลก เจ้าไวรัสที่ระบาดในอเมริกา เมื่อ 5 นาทีนั้นอาจอยู่ในเครื่องของคุณแล้วด้วย
การป้องกันไวรัส
        การป้องกันไวรัสที่ดีที่สุดและได้ผลที่สุดคือปิดการติดต่อกับอุปกรณ์อื่น และปิดการใช้ระบบสื่อสารทุก ๆ ประเภท หากทำได้รับประกันว่าคุณปลอดภัยจากไวรัสอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเราจำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมใหม่ ๆ ต้องบันทึกข้อมูลผ่านสื่อต่าง ๆ เราต้องต่อระบบเครือข่าย ต่ออินเทอร์เน็ทเพื่อค้นหาหรือดูข้อมูลใหม่ ๆเราสามารถป้องกันไวรัสได้อีกทางหนึ่งคือติดตั้งตัวป้องกันไวรัส ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
1. Hardware ป้องกันไวรัส จะอยู่ในรูปแบบของ Card Antivirus คุณจะต้องติดตั้งไว้ในเครื่อง และคอยอับเดท Firmware ให้ใหม่อยู่เสมอ
2. Software ป้องกันไวรัส จะเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัส แบบนี้จะได้รับความนิยม เพราะสามารถติดตั้งได้ทุกเครื่อง ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ อะไรให้ยุ่งยาก จำเป็นต้องต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ท เพื่อทำการอับเดทข้อมูลป้องกันไวรัส

6 เรื่องดี ๆ จากสตรอวเบอร์รี่!

6 เรื่องดี ๆ จากสตรอเบอร์รี่!

6 เรื่องดี ๆ จากสตรอวเบอร์รี่! (Lisa)

ใครวางแผนไปเที่ยวเชียงใหม่ยกมือขึ้น! อย่าลืมซื้อสตรอวเบอร์รี่มาฝากกันบ้างนะจ๊ะ เพราะเขาบอกว่าเจ้าผลไม้น่าเอ็นดูชนิดนี้มีประโยชน์มากมายเลยล่ะ

1.ดูแลสายตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอวเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้วย

2.ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานนาน ๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะถดถอยของเหลว บริเวณข้อต่อกระดูก็จะเหือดแห้งลงไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกเอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่อย่าห่วงไป เพราะเราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

3.กำราบโรคมะเร็ง

กินสตรอวเบอร์รี่ทุกวันสิคะเซลล์มะเร็ง และเนื้องอกต้องชิดซ้ายหลีกทางให้แก่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี โฟเลต และแอนโธไชยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

4.ส่งเสริมการทำงานของสมอง

ยิ่งแก่ยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอวเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

5.ลดความดันโลหิต

หากโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดความดันโลหิตสูง สตรอวเบอร์รี่ก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปกติค่ะ

6.ปราบโรคหัวใจ

ใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมวิตามินบีบางชนิดที่พบได้ในสตรอวเบอร์รี่ จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย

http://health.kapook.com/view8402.html

 

อาหารหลัก 5 หมู่

อาหารหลัก 5 หมู่ประกอบด้วย ภาพอาหารหลัก 5 หมู่ อาหารหลัก 5 s j

     อาหาร คือ สิ่งที่มีประโยชน์เมื่อร่างกายกินเข้าไปก็สามารถย่อย ดูดซึม และนำไปใช้ประโยชน์ได้ดังนั้นในวันหนึ่ง ๆ เราควรกิน อาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว

หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 3 ผักใบเขียวต่าง ๆ

หมู่ที่ 4 ผลไม้ต่าง ๆ

หมู่ที่ 5 ไขมันและน้ำมัน

อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อ นม ไข่ และถั่วต่าง ๆ

อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วต่าง ๆ อาหารหมู่นี้ส่วนใหญ่จะให้โปรตีน ประโยชน์ที่สำคัญคือ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค นอกจากนี้ยังช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอจากบาดแผล อุบัติเหตุ หรือจากการเจ็บป่วย

อาหารหมู่นี้จะถูกนำไปสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ เลือด เม็ดเลือด ผิงหนัง น้ำย่อย ฮอร์โมน ลอดจนภูมิต้านทานเชื้อโรคต่าง ๆ จึงถือได้ว่าอาหารหมูนี้เป็นอาหารหลักที่สำคัญในการสร้างโครงสร้างของร่างกายในการเจริญเติบโต และทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ

อาหารในหมู่นี้ ได้แก่ นม ไข่ เนื้อ หมู วัว ตับ ปลา ไก่ และถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว หรือผลิภัณฑ์จากถั่ว เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ เป็นต้น

หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ และยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอีกด้วย พลังงานที่ได้จากหมู่นี้ส่วนใหญ่จะใช้ให้หมดไปวันต่อวัน เช่น ใช้ในการเดิน ทำงาน การออกกำลังกายต่าง ๆ แต่ถ้ากินอาหารหมู่นี้มากจนเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน และทำให้เกิดโรคอ้วนได้

อาหารที่สำคัญของหมู่นี้ ได้แก่ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยวรวมทั้งเผือก มันต่าง ๆ น้ำตาลที่ทำมาจากอ้อยและมาจากน้ำตาลมะพร้าว

อาหารหมู่ที่ 3 ผักต่าง ๆ

หมู่ที่ 3 อาหารหมู่นี้จะให้วิตามินและเกลือแร่แก่ร่างกาย ช่วยเสริมสร้างทำให้ร่างกายแข็งแรง มีแรงต้านทานเชื้อโรค และช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ

อาหารที่สำคัญของหมู่นี้ คือ ผักต่าง ๆ เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ผักกาดและผักใบเขียวอื่น ๆ นอกจากนั้นยังรวมถึงพืชผักอื่น ๆ เช่น มะเขือ ฟักทอง ถั่วฝักยาว เป็นต้น

นอกจากนั้นอาหารหมู่นี้จะมีกากอาหารที่ถูกขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระทำให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ

อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่าง ๆ

อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่าง ๆ จะให้วิตามินและเกลือแร่ ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีแรงต้านทานโรค และมีกากอาหารช่วยทำให้การขับถ่ายของลำไส้เป็นปกติ

อาหารที่สำคํญ ได้แก่ ผลไม้ต่าง ๆ เช่น กล้วย มะละกอ ส้ม มังคุด ลำไย เป็นต้น

หมู่ที่ 5 ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 5 ไขมันและน้ำมัน จะให้สารอาหารประเภทไขมันมาก จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ร่างกายจะสะสมพลังงานที่ได้จากหมู่นี้ไว้ใต้ผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณสะโพก ต้นขา เป็นต้น ไขมันที่สะสมไว้เหล่านี้จะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และให้พลังงานที่สะสมไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นระยะยาว

อาหารที่สำคัญ ได้แก่ ไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ไขมันที่ได้จากพืช เข่น กะทิมะพร้าว น้ำมันรำ น้ำนมถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม เป็นต้น นอกจากนั้นจะมีไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ด้วย

http://info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=18&id=18487

สูตรผัดเผ็ดไก่

สูตรผัดเผ็ดไก่

มาเข้าครัวกันอีกเช่นเคยวันนี้เราจะแนะนำเมนูอาหารแสนอร่อยกับ สูตรอาหารไทย สูตรผัดเผ็ดไก่ ซึ่งมีรสชาติที่จัดจ้านและได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน รับรองทำดูแล้วจะติดใจด้วยขั้นตอนและการเตรียมที่ง่ายๆไม่ยุ่งยากและพร้อมอิ่มอร่อยกันได้เต็มที่

วัตถุดิบและส่วนผสม สูตรอาหารไทย สูตรผัดเผ็ดไก่

  1. เนื้อไก่ 442 กรัม
  2. ผิวมะกรูด 4 กรัม
  3. รากผักชี 2 กรัม
  4. น้ำตาลปี๊บ 14 กรัม
  5. กระชาย 6 กรัม
  6. ตะไคร้ 20 กรัม
  7. กะปิ 6 กรัม
  8. โหระพา 10 กรัม
  9. พริกชี้ฟ้าแห้ง 18 กรัม
  10. น้ำมัน 10 กรัม
  11. กระเทียม 44 กรัม
  12. น้ำปลา 17 กรัม
  13. หอมแดง 28 กรัม
  14. น้ำเปล่า 536 กรัม
  15. พริกไทย 2 กรัม
  16. พริกไทยอ่อน 18 กรัม
  17. ข่า 12 กรัม
  18. เกลือ 4 กรัม

(เหมาะสำหรับรับประทาน 4 ท่าน)

ขั้นตอนและวิธีในการทำ สูตรอาหารไทย สูตรผัดเผ็ดไก่

  1. ก่อนอื่นให้นำหั่นเนื้อไก่เตรียมเอาไว้ ต่อจากนั้นให้โขลกเครื่องแกงก็จะมีกระชาย หอมแดง พริกชี้ฟ้า ตะไคร้ รากผักชี พริกไทย ผิวมะกรูด ข่า กะปิ กระเทียม เกลือ จนละเอียด
  2. ต่อไปให้เตรียมกระทะตั้งไฟโดยใช้ไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชลงไป เอาเครื่องแกงที่โขลกละเอียดในขั้นตอนแรกลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม
  3. จากนั้นให้ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนเนื้อไก่สุก เติมน้ำลงไปให้พอท่วม เคี่ยวไฟอ่อนๆ งวดลง ตามด้วยปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา จากนั้นโรยหน้าด้วยกระชายหั่นฝอย โหระพา พริกไทยอ่อน

ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟรับประทานร่วมกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยเต็มอิ่มไปอีกมื้อสำหรับ สูตรอาหารไทย สูตรผัดเผ็ดไก่ อีกทั้งยังได้คุณประโยชน์จากสมุนไพรอีก อาทิเช่น หอมแดง นั้นช่วยบรรเทาอาการหวัด หายใจไม่ออก โหระพา นั้นช่วยแก้จุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง ช่วยเจริญอาหาร ฯลฯ

http://www.xn--m3c2aazhl9ab1d.net/2012/07/blog-post_13.html